มีเว็บไซต์สอนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์เว็บหนึ่งที่เข้าไปแล้วรู้สึกว่าอยากเข้าไปเรียนอีก เพราะการสอนภาษาญี่ปุ่นแบบออนไลน์ในเว็บนี้สอนเข้าใจง่าย ไม่ทำให้เบื่อและใช้ภาษาที่มีลูกเล่นในการเขียน ซึ่งมีคนญี่ปุ่นเจ้าของภาษาเป็นคนเขียนขึ้นเอง โดยใช้ภาษาไทยในการสอน ซึ่งแอนจังได้เข้าไปดูแล้วรู้สึกทึ่งกับ webmaster เว็บนี้มาก ถึงการใช้ภาษาไทยของเขา ถึงแม้ว่าไม่ถูกต้อง 100% แต่ก็ได้เห็นถึงความพยายามในการใช้ภาษาไทยของผู้ชายคนนี้ แอนจังจึงอยากแนะนำให้แฟน ๆ Japankiku ได้เข้าไปชมเว็บไซต์ของผู้ชายญี่ปุ่นคนนี้คะ ที่ Japanese Lesson by Hirofumi Saito และลองอ่านบทสัมภาษณ์ของเขาเพราะเมื่อรู้จักเขาแล้ว ก็สามารถเข้าใจถึงความเป็นคนญี่ปุ่น ที่รักเมืองไทยอย่างจริงใจไม่แพ้คนไทยอย่างเรา ๆ เลยคะ

คุณไซโต้มาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อไหร่คะ (ปีไหน)? แล้วเที่ยวที่ไหนบ้างสำหรับครั้งแรก?

มาครั้งแรกเดือน เม.ย. ปี1990 (เป็นนักท่องเที่ยว) เที่ยวในกรุงเทพฯ ก่อน แล้วไปเที่ยวเกาะเสม็ด อยุธยา เชียงใหม่

สำหรับอาหารไทยคุณไซโต้ชอบทานอะไรคะ

ชอบทานอาหารอีสาน เช่น ลาบ น้ำตก

เกี่ยวกับเรื่องเพลง.. ถ้าพูดถึงเพลงญี่ปุ่นคุณไซโต้ชอบเพลงอะไรเป็นพิเศษ และชอบนักร้องญี่ปุ่นใครคะ (เป็น Fan club ใครเอ่ย)

ชอบ Junko Yagami, Misato Watanabe, Rebecca ขอโทษครับ ผมแก่แล้ว?? ไม่รู้จักนักร้องวัยรุ่น

แล้วนักร้องไทย และเพลงไทยชอบเพลงอะไร และนักร้องไทยคนไหนคะ

คริสติน่า (ชอบนินจา) ทาทายัง (เคยดูจักรยานสีแดง จึงชอบใจ)

ถ้ามีเวลาว่างคุณไซโต้ชอบทำอะไรคะ (งานอดิเรกน่ะคะ)

ทำอาหาร ขับรถ หากมีวันหยุดติดต่อกัน จะไปเที่ยวต่างประเทศ

แล้วอะไรทำให้คุณไซโต้มีแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาไทยคะ (เพราะสาวไทยรึป่าว)

ปี 1992 - 1995 ผมสอนภาษาญี่ปุ่นที่นวนครและพักที่รังสิต สมัยนั้นยังไม่พัฒนาเหมือนปัจจุบันนี้ (Furture Park ก็ยังไม่มี) จึงมีความจำเป็นที่จะเรียนภาษาไทยเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันทีแรกผมรู้สึกว่าเป็นภาษาแปลกๆ ตัวอักษรภาษาไทยดูเหมือนว่าลูกเต่าหลายๆตัวเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่เมื่อรู้โครงสร้างภาษาไทย ก็เกิดความสนใจมากขึ้นเพราะเป็นภาษาที่มีเหตุมีผล

ใช้เวลาเรียนภาษาไทยทั้งหมดนานมั้ยคะ กว่าจะเข้าใจภาษาไทยทะลุปรุโปร่งได้ขนาดนี้

ข้อนี้ตอบยากนะครับ เพราะผมไม่ได้ไปเรียนภาษาไทยที่โรงเรียน แต่เรียนด้วยตนเองตลอดมา ตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่เพราะยังมีคำศัพท์หรือสำนวนที่ไม่เข้าใจเยอะแยะ แต่ผมเริ่มเรียนภาษาไทยตั้งแต่ ปี 1992 ก็เลยอาจจะบอกได้ว่า เรียน14 ปี

จะแนะนำให้คนที่สนใจเรียนภาษาญี่ปุ่น ยังไงให้เรียนเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้เหมือนคุณไซโต้เข้าใจภาษาไทยคะ

เท่าที่ผมเคยเห็น คนไทยมักจะหวังผลในระยะเวลาสั้น (ขอโทษนะครับ ไม่ใช่ว่าหาผิดคนไทยอยู่) เราต้องยอมรับว่า ไม่ว่าจะเรียนอะไรก็ตาม หากอยากได้ผลจริงๆ ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร อย่าใจร้อนนะครับ ขอให้เรียนเรื่อยๆ โดยมองในระยะยาว และเชื่อตัวเองด้วยนะครับ ว่าตัวเองจะทำได้ !! ผมเริ่มเรียนภาษาไทยตั้งแต่อายุ 26 ปี แต่ตอนนี้พอพูดได้แล้ว อ่านหนังสือพิมพ์ก็เข้าใจ สิ่งที่ผมทำได้ ทุกคนต้องทำได้ !

คุณไซโต้ชอบอะไรในเมืองไทยที่สุดคะ เอาแบบที่สุดหนึ่งเดียว (Ichiban) เลยนะคะ

สาวไทย?? uso (ล้อเล่น)
ประวัติศาสตร์ ตอนที่เป็นนักเรียน ผมชอบคณิตศาสตร์กับประวัติศาสตร์ ผมสนใจประวัติศาสตร์ของเอเซียตะวันออกกลางและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมืองไทย เพราะสมัยโบราณ (สมัยอยุธยา) มีหมู่บ้านคนญี่ปุ่นอยู่ที่อยุธยา (Yamada Nagamasa) เขาคิดอะไร จึงมาอยู่เมืองไทย ผมคิดอะไร จึงมาอยู่เมืองไทย ???

เห็นว่าคุณไซโต้รับสอนภาษาญี่ปุ่นด้วย มีคนสนใจเรียนเยอะมั้ยคะ เปิดเป็นโรงเรียนสอนเลยหรือว่ายังไงคะ

ผมมีบริษัทของตนแต่ไม่ใช่โรงเรียน แต่เป็นบริษัทให้บริการฝึกอบรมด้านภาษาเฉยๆ (ขนาดเล็กๆ) คนสนใจเรียนภาษาญี่ปุ่นก็มีบ้าง มาสมัครเรียนเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้ผมเข้าไปช่วยลูกค้าที่กำลังจะเปิดโรงงานที่บางพลีอยู่ จึงรับสอนเฉพาะวันอาทิตย์วันเดียว (เมื่อภารกิจเสร็จแล้ว จะเปิดสอนทุกวัน)

สำหรับเว็บไซต์สอนภาษาญี่ปุ่นของคุณไซโต้ที่ Japanese Lesson by Hirofumi Saito  ทำคนเดียวหรือว่ามีคนช่วยทำให้คะ

คิดเองพิมพ์เอง แต่รูปถ่ายหรือรูปวาด ทีมงานของJobbees ทำให้หมด ผมเขียนข้อความอย่างเดียว ผมไม่ใช่เจ้าของภาษาไทย ข้อความที่ลงในJobbees บางส่วนคงจะผิดปกติหรือแปลก ๆ ในสายตาของคนไทย แต่ผมลงข้อความในเว็บเลยโดยไม่ให้ลูกน้องคนไทยแต่งประโยคไหม่ เพราะความผิดปกตินั้นกลับแสดงอยู่ว่า ผู้เขียน คือ คนญี่ปุ่นจริงๆ ไม่มีใครบิดเบือนเว็บไซต์ของคุณไซโต้เริ่มทำมากี่ปีแล้วคะ รู้สึกว่าเริ่มตั้งแต่ มิ.ย. ปี 2004 แต่ตอนนี้ไม่ได้ update นานแล้ว เพราะยุ่งมาก ต้องขอโทษ Jobbees และผู้อ่าน

ก่อนจะมาอยู่เมืองไทยคุณไซโต้ทำงานอะไรคะ แล้วตอนนี้อยู่เมืองไทยสอนภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียว หรือว่าทำอย่างอื่นด้วยคะ

ปี 1988 ผมจบปริญญาตรี ต่อจากนั้น
1. ที่ปรึกษาของนักเรียน (ม.4 - ม.6)
2. มาเมืองไทย ทำงานที่โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น(เจ้าของโรงเรียน คือ เจ้าของJobbees) และไปสอนที่บริษัทญี่ปุ่นในนวนคร
3. กลับไปญี่ปุ่น ทำงานราชการ(กรมตำรวจแห่งชาติประเทศญี่ปุ่น)
4. มาเมืองไทยอีก เปิด SAITO Language House (บริษัท ไซโต้ จำกัด) กิจกรรม คือ รับแปลเอกสาร ล่าม สอนภาษาญี่ปุ่น ที่ปรึกษากฎหมาย(ไม่ใช่ทนายความ เพียงแต่ให้คำแนะนำ หรือ อธิบายขั้นตอนการดำเนินคดีเท่านั้น บางทีขึ้นศาลเป็นล่ามของทนายความด้วย)

ระหว่างผู้หญิงไทย กับผู้หญิงญี่ปุ่นคุณไซโต้คิดว่าแตกต่างกันยังไงบ้างคะ

ผู้หญิงไทยค่อนข้างจะใจแข็ง ใจแข็งจริงๆ ! อยากพูดอะไรก็พูดไปเลย ไม่ยอมแพ้กับผู้ชาย แต่ผู้หญิงญี่ปุ่นชอบเก็บตัว ไม่ค่อยเถียงกับผู้ชาย สมัยนี้สังคนญี่ปุ่นก็มีการเปลี่ยนแปรง แต่ยังมีค่านิยมที่ว่า ผู้ชายเป็นผู้นำ ผู้หญิงเป็นผู้ตาม......... ค่านิยมอย่างนี้ผู้หญิงไทยคงจะยอมรับไม่ได้ แต่ผู้หญิงญี่ปุ่นหลาย ๆ คนยังยอมรับอยู่โดยไม่รู้ตัว

ปัจจุบันวัยรุ่นไทยชื่นชอบญี่ปุ่นกันมากขึ้นกว่าสมัยก่อน  คุณไซโต้คิดว่าเป็นยังไงคะ ดีใจมั้ย

ดีใจก็ดีใจ แต่อยากให้วัยรุ่นไทยสนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วย ทุกครั้งที่มีนักเรียนมาสมัครเรียน ผมถามเขาว่า ทำไมอยากเรียนภาษาญี่ปุ่น วัยรุ่นเกือบทุกคนตอบว่า สนใจนักร้องหรือดาราญี่ปุ่น หรืออยากอ่านการ์ตูนหรือคู่มือของเกมเป็น นักร้อง ดารา การ์ตูน เกมก็เป็นชนิดหนึ่งของวัฒนธรรม แต่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์นานมาก อยากให้วัยรุ่นศึกษาประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นด้วย ต้องพบสิ่งที่น่าสนใจแน่ๆ ในขณะเดียวกัน อยากให้วัยรุ่นไทยสนใจวัฒนธรรมไทยด้วย ผมเชื่อว่ารักประเทศของตน รักภาษาของตน รักวัฒนธรรมของตน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะเป็นคนที่สามารถปรับตัวกับกระแสโลกาภิวัตน์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ได้ สนใจแต่ต่างประเทศโดยมองข้ามประเทศของตน ไม่เรียกว่า International แบบนี้ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า kabure

....... เป็นยังไงกันบ้างคะ พอจะรู้จักกับคุณไซโต้ ผู้ชายที่มีความมุ่งมั่นในการเรียนภาษาไทยถึง 14 ปี คงจะเป็นกำลังใจให้คนที่ตั้งใจจะเรียนภาษาญี่ปุ่นมีความอดทน และหมั่นฝึกฝนภาษาญี่ปุ่น พร้อมทั้งต้องเรียนรู้วัฒนธรรมควบคู่ไปด้วย ... คุณไซโต้ยังไม่ลืมที่จะบอกให้คนไทยรักเมืองไทย รักประเทศของตนเองอีกด้วย อันนี้แอนจังเห็นด้วยอย่างยิ่งคะ ... เป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังวิ่งตามความฝันของตนเองให้มีความอดทนนะคะ ... ^_^ ชมเว็บไซต์ของคุณไซโต้ได้ที่ Japanese Lesson by Hirofumi Saito

สวัสดีครับ ทุกๆท่าน ผมชื่อ ไซโต้ ครับ เมื่อปี 1992 ถึง ปี 1995 ผมเคยสอนภาษาญี่ปุ่นอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ต่อมาผมกลับไปทำงานที่ญี่ปุ่น แต่เกิดรู้สึกเบื่อขึ้นมา เหมือนกับว่าชีวิตมันยังขาดอะไรบางอย่างไป ผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่าผมรักเมืองไทย ฉะนั้นผมจึงมาที่นี่อีกครั้ง ต่อไปนี้ผมคงจะไม่กลับญี่ปุ่นแล้ว จะอยู่เมืองไทยจนตาย

ภาษาคือสิ่งที่มีชีวิต นี่คือหลักเกณฑ์ของผม ผมอยู่เมืองไทยก็เริ่มที่จะเรียนรู้จักนิสัยใจคอของคนไทย ในทางเดียวกันถ้าทุกท่านอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่รู้จักวัฒนธรรมหรือประเพณีญี่ปุ่น คงจะใช้ภาษาญี่ปุ่นอย่างถูกต้องไม่ได้ ผมจึงอยากให้ผู้อ่านเข้าถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยนะครับ
ชื่อจริง namae Saito Hirofumi
วันเดือนปีเกิด shusshin 4 มีนาคม 1966
อายุ nen-rei 39 sai
ครอบครัว kazoku arimasen ไม่มี
บ้านเกิด Shimane-ken จังหวัดซิมะเน
ความสูง shinchou 164 cm.
น้ำหนัก taijuu 41 kg (ผอมมาก ไม่มีเงินซื้อข้าว...)
งานอดิเรก shumi kuruma no unten การขับรถ (ผมเลือกอาชีพผิด น่าจะเป็นนักแข่งรถ คงจะไม่แพ้กับ Michael Schumacher)
, ryouri ทำอาหาร (ฝีมือระดับโรงแรมห้าดาว)
อาหารที่ชอบ suki na tabemono sashimi
อาหารที่ไม่ชอบ kirai na tabemono amai mono ของที่หวาน osake เหล้า biiri to Nihon-shu ga suki desu ชอบเบียร์กับสาเก
ผู้ชายที่ชอบ suki na dansei (ไม่ใช่ homosexual นะ) ittakoto wa jikkou-suru สิ่งที่ตัวเองพูดมา จะปฎิบัติจริง
ผู้ชายที่ไม่ชอบ kirai na dansei homosexual
ผู้หญิงที่ไม่ชอบ kirai na josei uso-tsuki ขี้โกหก
ผู้หญิงที่ชอบ suki na josei ittakoto wa jikkou-suru สิ่งที่ตัวเองพูดมา จะปฎิบัติจริง

November 2007
ศ.ดร.ปรียา อิงคาภิรมย์
นักเขียน นักแปล หนังสือการเรียนการสอน และวัฒนธรรมญี่ปุ่น มากมายหลายเล่ม อาจารย์ปรียา อิงคาภิรมย์ ผู้รอบรู้เรื่องราวของประเทศญี่ปุ่นอย่างถึงแก่น อ่านบทสัมภาษณ์>>
June 2006
Saito Hirofumi "..ผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่าผมรักเมืองไทย ฉะนั้นผมจึงมาที่นี่อีกครั้ง ต่อไปนี้ผมคงจะไม่กลับญี่ปุ่นแล้ว จะอยู่เมืองไทยจนตาย.." อ่านบทสัมภาษณ์>>

June 2005
He is Okinawa Man Aizo Shinzato ศิลปินวัย 66 ปี จากเกาะ Okinawa ของญี่ปุ่นที่มาจัดแสดงงานศิลปะที่เชียงใหม่ อ่านบทสัมภาษณ์>>

January 2005
บทสัมภาษณ์ คุณจรรยา จากแอร์โอสเตส JAL มาสู่แวดวงการทำงานกับคนญี่ปุ่น หลากหลายแนวคิดเกี่ยวกับการทำงานกับ บริษัทญี่ปุ่น .." อ่านบทสัมภาษณ์>>

Nov.2004
บทสัมภาษณ์ อ.บัณฑิต นักคิด นักเขียน นักแปล ภาษาญี่ปุ่น จนต้องยกให้เป็น Sensei.. อ่านบทสัมภาษณ์>>


webmaster@japankiku.com © Japankiku 2004