ฤดูหนาวในญี่ปุ่น และอุปกรณ์กันหนาวของชาวอาทิตย์อุทัย ฤดูหนาว (fuyu) ในประเทศญี่ปุ่น เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนกลางเดือนกุมภาพันธ์ ในแถบทางเหนือหรือในเขต Hokkaido จะมีอุณหภูมิต่ำและยาวนาน และยังมีเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงอีกด้วย ส่วนทางตอนกลางของประเทศในแถบ Kansai หรือ แถบ Tohoku ก็มีอุณหภูมิที่ต่ำและหนาวเย็น จนถึงหิมะตกทุกปี ส่วนทางเกาะใต้อย่าง Okinawa แม้จะไม่มีหิมะแต่อุณหภูมิก็ต่ำว่า 10 องศาในเวลากลางคืน
ด้วยเหตุนี้มีหรือที่คนญี่ปุ่นจะอยู่เฉยโดยไม่หาเครื่องกันหนาว เรามาดูเครื่องกันหนาว และวิธีคลายหนาวของชาวญี่ปุ่นกัน เริ่มกันที่สิ่งที่ทุกบ้านจะต้องมีกันเลยค่ะ
1. เครื่องปรับอากาศ หรือ eakon (danbou)
เครื่อง ปรับอากาศ หรือแอร์ในบ้านของคนญี่ปุ่นนั้นสุดแสนจะไฮเทค เพราะว่านอกจากจะให้ความเย็นในฤดูร้อนเหมือนบ้านเราแล้ว เมื่อถึงฤดูหนาวก็ยังสามารถเปลี่ยนให้มาเป็นเครื่องทำความร้อนได้
2. Kotatsu โคะตะทสึ
โต๊ะ อุ่น หรือโคะตะทสึ เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะว่าคงไม่มีใครปฎิเสธว่าไม่เคยเห็น เพราะคงจะนึกภาพโต๊ะสี่เหลี่ยมที่สามารถสอดขาเข้าไปใต้โต๊ะแล้วนั่งล้อมวง กันดูทีวี หรือกินส้ม Kotatsu มี 2 แบบ คือแบบไฟฟ้า และแบบเตาถ่าน แต่ปัจจุบันก็คงจะใช้แบบไฟฟ้ากันเกือบหมดแล้ว
3. hita denki (ฮีตเตอร์ ไฟฟ้า) ก็เพราะมันหนาว บางทีก็ไม่สามารถนั่งแช่อยู่ใต้โต๊ะโคะตะทสึได้ตลอดเวลา เวลาเดินไปเดินมาในบ้าน หรือนั่งทำงานที่โต๊ะก็นำเป็นต้องมี ฮีตเตอร์ไฟฟ้า หรือในห้องนอนก็ต้อง ที่ญี่ปุ่นหากบ้านที่มีฐานะหน่อยก็อาจจะมีไว้ได้หลาย ๆ ตัว เหมือนพัดลมไฟฟ้าบ้านเราในแต่ละบ้านก็มักจะมีพัดลมหลาย ๆ ตัวใช่ม๊า.... ฮีตเตอร์ไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นก็ทำนองเดียวกันคืออาจจะมีไว้ห้องละเครื่องก็ได้ มาดูหน้าตาของเจ้า ฮีตเตอร์ ไฟฟ้ากัน
4. sutoobu มาจากคำในภาษาอังกฤษว่า ""stove" หรือเตาความร้อน เตานี้ที่ญี่ปุ่นยังมีใช้กันอยู่ ซึ่งจะใช้น้ำมัน หรือแก๊สเป็นเชื้อเพลิง หน้าตาของมันก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ
5. hotto kapetto หรือ พรมอุ่น เป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนเมืองหนาว ดูรูปร่างหน้าตาของมันก็เหมือนพรมธรรมดาที่ที่แปลกก็คือ เมื่อเสียบปลั๊กเข้าไป พรมอันหน้านุ่มก็จะอุ่นขึ้นมาทันที ทำให้เท้าเมื่อเหยียบบนพรมได้รับความอบอุ่น สุดยอดจริง ๆ hotto kapetto นั้นมีหลากหลายขนาด ราคาก็ขึ้นอยู่กับขนาดของพรมและวัสดุที่ใช้ เครื่องทำความอุ่นชนิดนี้ก็เป็นที่นิยมเช่นกันในญี่ปุ่น แต่คนเมืองร้อนอย่างพวกเราคนไทยอาจจะไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ more>> |